2006/Oct/16


(ภาพครึ่งแฟรมของa pen)

ปากกา-ที่มีช่องมองภาพ

on 1961
---------------------------------------
With the Olympus Pen EE, the emphasis was on efficiency. Features included fixed focus, a shutter speed of 1/60 sec., and automatic exposure adjustment. Anyone could take beautiful photographs simply by pushing the button. The camera was priced at ¥10,000 yen. Olympus eventually introduced eight models in the Olympus Pen EE series, which became a driving force for the popularity of the Pen cameras.
----------------------------------------

นั่นคือประวัติของกล้องโอลิมปัส เพ็น ที่ผมเรียกว่า -ปากกาด้ามหนึ่ง (a pen)
แม้มันมีอายุมากกว่าผม แต่วิวไฟเดอร์ของมันยังยอมให้ผมมองโลกใบนี้ผ่านตัวมันเอง
ด้วยความสามารถในการบันทึกภาพมากกว่ากล้องปกติถึงสองเท่า (ถ่ายได้ 72 รูปด้วยฟิลม์ปกติ)--เปรียบเหมือนใช้-ปากกา-ตัวนี้บันทึกเป็น photo diary
ทำให้ผมเกิดแรงดาลใจที่จะเขียนบันทึกถึงโลกใบนี้ควบคู่ไปด้วย
ผมได้ปากกาด้ามนี้มาจากเวบขายของมือสอง ตั้งแต่มันถูกผลิตที่ญี่ปุ่น มันคงเป็นของใครหลายคนกว่าจะมาถึงมือผม
หากแต่ว่า มันยังคงใช้-บันทึก- ภาพความเป็นจริงของโลกในขณะหนึ่งๆ ได้ดีเหมือนที่มันเคยทำหน้าที่มาตลอดสี่สิบปี
และหากมันจะใช้ บันทึก ความเป็นจริง ของสังคมไทยในยุคสมัยนี้ - บลอกแห่งนี้คงจะมีคุณค่าต่อตัวผมได้บ้าง

เพราะโลกมีหลายด้านที่รอเราเข้าไปค้น...
ให้ช่องมองภาพของปากกาเล่มนี้เป็นอีกดวงตาของคุณได้ไหม

2006/Oct/15

1

-- คนเรามักมีความทรงจำอะไรบางอย่าง และมันมักมีความหมายอยู่เบี้องหลังคำนามบางคำ-ไม่มีความหมายอยู่ในพจนานุกรม แตมีความหมายต่อเรา
ความทรงจำแรกของ หาดใหญ่ ผมนึกถึงหนังสือนิยายเล่มหนึ่ง

นัท-ตัวละครในนิยายเดินทางไปหาดใหญ่ แม่ของเขาต้องการเพื่อนร่วมเดินทาง
แม้ว่าจุดหมายของสองแม่ลูกคือที่เดียวกัน ทว่าในบางนิยาม จุดหมายในใจของ
คนเราอาจไม่ใช่สิ่งเดียวกัน
นิยายดำเนินบรรยากาศไปด้วยความเศร้า สายฝนพรำขับเน้นความเดียวดายของนัท
เขาเคยฟังเพลง โน เรน ฟอล อิน แคลิฟอร์เนีย -ไม่เคยมีฝนที่แคลิฟอร์เนีย เขาเลยเขียนล้อเล่นกับชื่อเพลงและโชคชะตาในบันทึกว่า
--
ฝนตกที่หาดใหญ่
เมื่อคิดถึงหาดใหญ่ ผมคิดถึงประโยคนี้ของนัทเสมอ..

สุดสัปดาห์ ผมไปหาดใหญ่อีกครั้ง และครั้งนี้ฝนตกแทบจะตลอดเวลา
กลิ่นควันระเบิดยังไม่จางจากเมือง และสายฝนทำให้เมืองเปียกแฉะในบางวัน แต่ผู้คนที่หาดใหญ่ก็มีชีวิตอยู่ต่อไปเหมือนที่เคยเป็นมา และจะเป็นในวันต่อๆไป
โรงแรมในตัวเมืองเกือบเต็มทุกที่ตลอดสุดสัปดาห์ - งานพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ทำให้เมืองหาดใหญ่คึกคักไปด้วยผู้คน น้องชายผมจองโรงแรมย่านถนนเก่าแก่ซึ่ง
ละแวกโรงแรมคล้ายบางฉากในนิยายเล่มนั้น--เต็มไปด้วยร้านอาหารเก่าแก่ พ่อครัวท่าทางเก่าแก่ในครัวอันเก่าคร่ำ และเป็นความหลากหลายอย่างยิ่งบนถนนสายเล็กๆ ร้านเป็ดย่าง โรตีแกงแพะ ติ่มซำ (ที่หาดใหญ่เรียก แตเตี้ยม) บะหมี่ข้าวหมกไก่-ร้านที่ขึ้นป้ายว่ามีชื่อเสียงมาจากเบตง
ที่หาดใหญ่มีทั้งคนเชื้อสายจีน และชาวมุสลิม ความทรงจำในวัยเยาว์หวนคืน --เมื่อผมไปหาดใหญ่ครั้งแรกผมพบกับแม่ค้ามุสลิม แต่งตัวอย่างที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน - นุ่งชุดคลุมสีดำปิดหน้า พูดด้วยภาษากลางสลับกับมลายู เป็นครั้งแรกที่เด็กคนหนึ่งพบปะกับคนที่มาจากทางวัฒนธรรมที่แตกต่าง
ผมจำได้ว่า วันนั้นผมซื้อผลไม้แปลกๆจากเธอ ลองชิม และพบว่ามันมีรสหวาน

ฝนยังคงตกที่หาดใหญ่ แต่มันไม่ได้ทำให้เราอึดอัดชื้นแฉะเสมอไป บางขณะเรารู้สึกชื่นเย็น

ในมหาวิทยาลัย เต็มไปด้วยทหารแต่งชุดพราง ถือปืนเอ็มสิบหกยืนอยู่รายรอบ ผมเห็นบัณฑิตหลายคนขอถ่ายรูปคู่กับทหาร มันคงจะกลายเป็นความทรงจำของเขาในเวลาต่อมา--งานรับปริญญา--หลายเดือนหลังเหตุการณ์ความรุนแรงในจังหวัดภาคใต้ หนึ่งสัปดาห์หลังการวางระเบิดห้างที่หาดใหญ่ และสองสามวันหลังรัฐประหารที่กรุงเทพฯ
สำหรับคนที่มาจากที่อื่นใดไกลจากหาดใหญ่ รับรู้แต่ข่าวสารทางโทรทัศน์ คงได้ความทรงจำแบบอื่นๆกลับไป--ภาพแถวทหาร และภาพชาวมุสลิมที่เป็นพ่อแม่พี่น้องของบัณฑิตคงจะสลับกันปรากฎอยู่ในพื้นที่ของความทรงจำวันพระราชทานปริญญาบัตร

2.

แม่พาหมาของแม่ไปด้วย หมาที่น้องชายหาไปให้แม่กับพ่อเลี้ยงเนื่องจากไม่มีใครอยู่บ้าน เลยต้องเอาเจ้าหมามาด้วย มันเป็นหมาตัวเล็กอย่างยิ่ง ขนสีขาวฟูและรูปร่างหน้าตาไม่เหมือนหมา ผมอยากจะเชื่อว่าเป็นหมาพันธ์แมวมากกว่า หมาของแม่เรียกสายตาของผู้คนได้พอสมควรหลายๆคนถึงกับเข้ามาไต่ถาม
หน้าร้านอาหารในเวลาหลังเที่ยง ผมอุ้มหมาของแม่ไว้กับตัก ทุกคนมองมันอย่างรักใคร่ แวบหนึ่งผมเห็นชาวอิสลามสูงอายุเดินผ่านมา เขาแต่งตัวด้วยชุดขาวยาว สวมหมวกสะปีเยาะญ์ ในใจระลึกได้ว่าชาวมุสลิมไม่ใคร่ชอบหมา ด้วยข้อห้ามทางศาสนา ด้วยความเกรงใจ ผมรีบเอาเป้บังหมาเอาไว้
เขากำลังจะไปกินอาหาร และการได้เห็นหมาก่อนกินอาหาร คงไม่ใช่เรื่องดีสำหรับเขา ผมคิดในใจ
เรื่องบางเรื่องต้องการความละเอียดอ่อน ยิ่งเจ้าหมามาอยู่ผิดที่ผิดทางเราก็ยิ่งต้องเกรงใจ
ตอนบ่าย น้องชายเข้าหอประชุม เตรียมตัวรับปริญญา พ่อแม่เละญาติๆ เตรียมตัวกลับไปพักที่โรงแรม
หลังจากการถ่ายรูปตั้งแต่ตอนเช้าตรู่
ลานจอดรถเต็มไปด้วยรถยนต์หลากหลายป้ายทะเบียน มีทั้งเหนือสุด บางคันมาจากจังหวัดใต้สุดของประเทศ ในตอนนั้นรถจำนวนมากกำลังทยอยขับออกไปจากลานจอด มีรถหลายคันจอดขวางรถคันอื่น การรอคอย ทำให้หลายๆคนเครียด มีเสียงเอะอะโวยวายดังแว่วมา
รถของเราจอดอยู่ใกล้ๆกับรถของลุงชาวมุสลิม หมาของแม่วิ่งเล่นอยู่หลังรถ
บางครั้งมันเห่าเสียงดัง ผมรู้สึกเกรงใจผู้คนรอบข้าง - ทำให้บรรยากาศที่น่าอึดอัดแย่เข้าไปใหญ่
และผมจำได้ดีถึงวินาทีนั้น - และมันคงเป็นความทรงจำของผมต่อไป
ชายกลางคนมุสลิมเดินเข้ามาหาพ่อที่กำลังอุ้มหมา และพูดกับเราอีกหลายประโยค
แม้ไม่ได้แตะต้องตัวหมา แต่สายตาของเขาก็มองมันอย่างรักใคร่ -ถามพ่อด้วยความอยากรู้อยากเห็น
เขายิ้ม และเรายิ้ม

......

ฝนยังคงตกที่หาดใหญ่ แต่มันไม่ได้ทำให้เราอึดอัดเสมอไป บางขณะเรารู้สึกชื่นเย็น